1. Skip to Menu
  2. Skip to Content
  3. Skip to Footer>

December 2010 ที่มาของชื่อเดือนทั้ง 12

 ที่มาของชื่อเดือนทั้ง 12 เดือน


เท่าที่มีหลักฐานปรากฏ มนุษย์รู้จักการทำและการดูปฏิทินมาตั้งแต่ก่อนที่จะรู้จักการประดิษฐ์ตัวอักษรโดยการสังเกตจากการโคจรของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาว จากนั้นก็นำก้อนหินมาวางเรียงกันไว้เป็นสัญลักษณ์บอกช่วง

เวลา อย่างเช่น Stonehenge ที่อังกฤษ หรืออย่างชาวสุเมเรียนผู้ครองดินแดนเมโสโปเตเมียเมื่อกว่า 3,700 ปีก่อน ค.ศ. ได้แบ่งช่วงเวลา 1 ปี ออกเป็น 12 เดือน และกำหนดให้วันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ (Vernal Equinox) เป็นวันขึ้นปี

ใหม่ซึ่งระยะเวลากลางวันยาวนานเท่ากับกลางคืน ซึ่งต่อมาชาวไอยคุปต์นำความรู้นี้ไปพัฒนาต่อยอดอีกมากมาย




ส่วนทางฟากฝั่งยุโรป เมื่อราว 2,700 ปีก่อน กษัตริย์ผู้สร้างกรุงโรมได้กำหนดปฏิทินแบบจันทรคติขึ้นโดยกำหนดให้ 1 ปีมี 10 เดือน หรือ 304 วัน (แต่ละเดือนมีจำนวนวันแตกต่างไปจากปฏิทินในยุคนี้) นับจากมีนาคมเป็นเดือนเริ่มต้นปี

ใหม่ไปจนถึงธันวาคม คือ Martius, Aprilis, Maius, Junius, Quintilis, Sextilis, September, October, November และ December  4 เดือนแรกมาจากชื่อเทพเจ้าและชื่ออื่นๆ ส่วน 6 เดือนหลังมาจากคำเรียกเลขตามลำดับ Quintus

 = 5, Sextus = 6, Septem = 7, Octo = 8, Novem = 9, Decem = 10 ปฏิทินนี้เป็นที่รู้จักและใช้ต่อกันเรื่อยมาจนถึงประมาณ 738 ปีก่อนคริสตกาล จากนั้นเดือน January และ February ได้ถูกเพิ่มขึ้นโดยกษัตริย์โรมันนามว่า

 "Numa Pompilius" ทำให้เดือน October เลื่อนไปอยู่เดือนที่สิบ (อันที่จริงแล้ว Octo แปลว่าแปด)





ต่อมา "Julius Caesar" ผู้นำคนใหม่ของโรมันได้เล็งเห็นถึงความผิดปกติของปฏิทินจึงได้สั่งให้เลิกทำการคำนวณเดือนจากการนับดวงจันทร์เหมือนที่เคยใช้กันมา พร้อมกับได้เปลี่ยนไปใช้วันที่ 1 ของเดือน January เป็นวันแรกของปี

  นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนชื่อเดือน Quintilis เป็น July ซึ่งมาจากคำว่า Julius Caesar เพื่อเป็นเกียรติแก่พระองค์ ปฏิทินจูเลียตยังได้กำหนดเอาไว้อีกว่าให้เดือนคี่มี 31 วัน เดือนคู่มี 30 วัน ยกเว้นเดือนกุมภาพันธ์มี 29 วันในปีปกติสุร

ทิน และมี 30 วันในปีอธิกสุรทิน (คำว่า ปีปกติสุรทิน หมายความว่าเป็นปีปฏิทินที่มีจำนวนวัน 365 วัน และ ปีอธิกสุรทินหมายความว่าเป็นปีปฏิทินที่มีจำนวนวัน 366 วัน) ต่อมามีการเปลี่ยนชื่อจาก Sextilis เป็น August เพื่อเป็นเกียรติ

แด่ "Augustus Caesar"



เดือนมกราคม (January) ตั้งตามชื่อเทพเจ้า "Janus" (ชื่อเดิมคือ Ianuarius) ตามตำนานเทพปกรณัมของชาวโรมัน Janus เป็นเทพผู้ควบคุมจักรวาล เทพผู้รักษาประตูสวรรค์ เป็นผู้เปิดและผู้ปิดสรรพสิ่ง รวมทั้งประตูสวรรค์ ประตู

รั้วกระทั่งประตูบ้านคน เป็นเทพแห่งการเริ่มต้นและการเปลี่ยนผ่านของชีวิต จากเก่าไปใหม่ จากอดีตสู่อนาคต จากสิ่งที่ผ่านไปแล้วกับสิ่งที่กำลังจะเกิด ชาวโรมันจินตนาการภาพของเจนัสว่าเป็นเทพที่มีสองพักตร์ พักตร์หนึ่งหันมาด้าน

หน้า ส่วนอีกพักตร์หนึ่งอยู่ทางด้านหลัง ด้วยเหตุที่ทรงรู้ทั้งอดีตและอนาคต ถือเป็นคติของการเริ่มต้นใหม่ วันใหม่ เดือนใหม่ ปีใหม่


                                                



เดือนกุมภาพันธ์ (February) ตั้งตามชื่อเทพเจ้าองค์หนึ่งของเทพปกรณัมโรมันที่มีนามว่า "Februus" (มีชื่อเรียกที่เก่าแก่กว่าคือ "Februa" และ Februalia) ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความตายและความบริสุทธิ์ เทพองค์นี้เป็นเทพที่ชาวอิ

ทรัสกันบูชา



เดือนมีนาคม (March) เป็นชื่อเดือนแรกของปีในปฏิทินรูปแบบเดิมของชาวโรมัน  ชื่อในภาษาอังกฤษ March มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินว่า "Martius" หมายถึงเทพเจ้า "Mars" เทพแห่งสงครามซึ่งมีนัยยะว่าเป็นปีที่ดีในการเริ่ม

ต้นทำสงครามเพื่อขยายอาณาจักรสำหรับชาวโรมัน



เดือนเมษายน (April) ชื่อในภาษาอังกฤษ April มาจากคำว่า "Aprilis" มาจากรากศัพท์ภาษาละตินว่า "Aperire" แปลว่า "เปิด" หรือ "ผลิดอกออกผล" ซึ่งอาจหมายถึงการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ และอาจมาจาก "Apru" ชื่อเทพีแห่ง

ความรักในภาษาของชาวอิทรูเรีย




เดือนพฤษภาคม (May) ชื่อเดือนนี้ตั้งตามชื่อเทพธิดาของกรีกที่มีชื่อว่า "Maia" ซึ่งในสมัยโรมันเทพองค์นี้หมายถึงเทพธิดาแห่งการเจริญเติบโตและความอุดมสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามมีกวีชาวโรมันได้บันทึกถึงที่มาของคำนี้ว่ามีราก

ศัพท์มาจากภาษาละตินว่า "Maiores" ซึ่งมีความหมายว่า "Elder" หรือสูงวัยกว่า 



เดือนมิถุนายน (June) ชื่อในภาษาอังกฤษ June มีที่มาจากเทพเจ้าโรมันนามว่า "Juno" หรือ "Hera" เป็นเทพธิดาแห่งการแต่งงานและเป็นเทพธิดาของคู่บ่าวสาว จึงมีความเชื่อว่าหากแต่งงานในเดือนนี้จะโชคดี อีกความเชื่อหนึ่ง

เชื่อว่าเดือนนี้มาจากคำว่า "Juveins" ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาละตินว่า "Iuniore" แปลว่า "หนุ่ม" หรือ "วัยรุ่น"



เดือนกรกฎาคม (July) ชื่อเดิมของเดือนนี้คือ "Quintilis" หมายถึงเดือนลำดับที่ 5 ของปฏิทินโรมันแบบดั้งเดิม ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเดือนเป็น July เป็นอนุสรณ์แด่ "Julius Caesar" แห่งอาณาจักรโรมัน




เดือนสิงหาคม (August) ชื่อเดิมของเดือนนี้ "Sextilis" หมายถึงเดือนลำดับที่ 6 ของปฏิทินโรมันแบบดั้งเดิม คือ ตั้งเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ "Augustus Caesar" จักรพรรดิของชาวโรมัน



เดือนกันยายน (September) เป็นเดือนลำดับที่ 7 ในปฏิทินโรมันแบบดั้งเดิม ตั้งมาจากภาษาละตินว่า "Septem" แปลว่า "เจ็ด"



เดือนตุลาคม (October) เป็นเดือนลำดับที่ 8 ในปฏิทินโรมันแบบดั้งเดิม ตั้งมาจากภาษาละตินว่า "Octo" แปลว่า "แปด"



เดือนพฤศจิกายน (November) เป็นเดือนลำดับที่ 9 ในปฏิทินโรมันแบบดั้งเดิม ตั้งมาจากภาษาละตินว่า "Novem" แปลว่า "เก้า"



เดือนธันวาคม (December) เป็นเดือนลำดับที่ 10 ในปฏฺทินโรมันแบบดั้งเดิม ตั้งมาจากภาษาละตินว่า "Decem" แปลว่า "สิบ"


ที่มา

ข้อมูล : http://www.dek-d.com/board/view.php?id=788065

http://en.wikipedia.org/wiki/month

http://panikon.exteen.com/20070117/entry-1

http://gotoknow.org/blog/now/156785

http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=sections&op=viewarticle&artid=490

http://atcloud.com/stories/44701

ภาพ : google

united luxury shop